วิกฤตสิทธิชมชนบางเทา: เสียงเพลงข้ามคืน การบุกรุกพื้นที่สาธารณะ และความล้มเหลวของการบังคับใช้กฎหมายในภูเก็ต

Bang Tao

ประเด็นหลักคือการละเมิดกฎหมายควบคุมเสียง สุรา และการใช้พื้นที่สาธารณะโดยกลุ่มทุนต่างชาติในย่านที่อยู่อาศัยบางเทา–เชิงทะเล จ.ภูเก็ต ตลอดจนข้อกังขาเกี่ยวกับการละเลยการปฏิบัติหน้าที่และการทุจริตเชิงโครงสร้าง

วิกฤตการณ์ในพื้นที่บางเทาและเชิงทะเล จังหวัดภูเก็ตได้เดินทางมาถึงจุดแตกหัก ประชาชนผู้พักอาศัยและผู้เสียภาษีต้องทนทุกข์ทรมานกับเสียงเพลงกระหึ่มจากบีชคลับและสถานบันเทิงยามค่ำคืนที่เปิดล่วงเลยยาวนานจนถึงตี 3 ถึงตี 4 ทุกวันอย่างไม่มีวันหยุด ปัญหาดังกล่าวไม่ใช่เพียงแค่เรื่อง “ความราคาญ” เล็กๆ น้อยๆ แต่เป็นปัญหาเชิงโครงสร้างที่สะท้อนถึงการละเลยกฎหมายอย่างเป็นระบบ การทุจริต และการหยิบยื่นอภิสิทธิ์ให้กับนายทุนต่างชาติกลุ่มเล็กๆ ที่กอบโกยผลกำไรมหาศาลบนความทุกข์ทรมานของคนในชุมชน

ตามกฎหมายผังเมืองและกฎหมายไทย ย่านบางเทาเป็นเขตที่อยู่อาศัย (Residential Area) ซึ่งห้ามมีเสียงรบกวนในยามวิกาลและไม่อนุญาตให้เปิดสถานบันเทิงเริงรมย์ในลักษณะนี้ ทว่าความเป็นจริงกลับสวนทางอย่างสิ้นเชิง สถานบันเทิงหลายแห่งกลับเปิดการเย้ยกฎหมาย สร้างความเดือดร้อนเรื้อรังให้แก่ครอบครัว เด็ก ผู้สูงอายุ และผู้คนที่ต้องตื่นไปทำงานในเช้าวันรุ่งขึ้น

เสียงสะท้อนจากประชาชนนับพันที่ร่วมลงชื่อในแคมเปญ Change.org (ที่มีผู้สนับสนุนทะลุ 7,500 รายชื่อ) ได้ระบุชัดเจนถึงสถานประกอบการที่กระทำผิดซ้ำซาก ซึ่งรวมถึง:

  • Carpe Diem
  • Maya Beach Club
  • Catch Beach Club
  • Nomad Beach Club
  • Yuuhi Beach Bar and Karaoke
  • และสถานประกอบการอื่นๆ ในละแวกถนนศรีสุนทร ซอยเฉลิมทะเล ซอยเจริญท่าฤาษี ซอยบางเทา ซอยหัวเทียน และซอยหาดสุรินทร์

พฤติกรรมของสถานประกอบการเหล่านี้ไม่ได้หยุดอยู่เพียงการเปิดเพลงเสียงดังเกินขีดจำกัดตามกฎหมาย และการขยายพื้นที่ทับถมบนทรัพย์สินหรือที่ดินสาธารณะ แต่ยังมีการบุกรุกอย่างต่อเนื่อง ราวกับว่าพื้นที่ชายหาดและทางเดินเป็นสมบัติส่วนตัวของตนเอง การกระทำดังกล่าวสะท้อนให้เห็นถึงความหยิ่งผยองและไม่เกรงกลัวต่อบทบัญญัติแห่งกฎหมายไทยแม้แต่น้อย

ที่ผ่านมาชาวบ้านได้ร้องเรียนไปยังหน่วยงานรัฐและเจ้าหน้าที่ตำรวจซ้ำแล้วซ้ำเล่า แต่สิ่งที่ได้รับกลับมาคือความเพิกเฉย เมื่อมีทั้งกระแสกดดันจากสังคมหรือการยื่นเรื่องร้องเรียนอย่างหนาแน่น เจ้าหน้าที่มักจัดฉาก “ลงพื้นที่ตรวจสอบ” แบบลูบหน้าปะจมูกเพื่อสร้างภาพว่าตนได้ทำงานแล้ว ทว่าเมื่อเรื่องเงียบลง สถานบันเทิงเหล่านี้ก็กลับมาเปิดให้บริการเสียงดังข้ามคืนตามเดิม

ปรากฏการณ์นี้ทำให้ประชาชนตั้งคำถามอย่างตรงไปตรงมาว่า “ตำรวจและเจ้าหน้าที่ท้องถิ่นเมินเฉยเพราะเหตุใด พวกเขาได้รับประโยชน์หรือมีการรับสินบนจากกลุ่มทุนเหล่านี้หรือไม่?” เพราะเป็นไปไม่ได้เลยที่เสียงเพลงระดับกัมปนาทจนถึงตี 4 จะเล็ดลอดสายตาหรือหูของเจ้าหน้าที่ผู้พิทักษ์สติราษฎร์ไปได้

“ทำไมเสียงเพลงดังไปทั่วพื้นที่อยู่อาศัยมานานหลายปี แต่กลับไม่มีกำรตรวจสอบอย่างจริงจังตั้งแต่แรก? ชาวบ้านได้ยินทุกคืน หน่วยงานที่เกี่ยวข้องก็ต้องได้ยินเช่นกัน… ฉันอาศัยอยู่ที่นี่และเห็นการทุจริตอยู่ทุกที่ เพราะกฎต้องบังคับใช้เท่ากัน ไม่มีกำรแก้ตัว” — เสียงสะท้อนจากประชาชนในพื้นที่

เมื่อถูกกดดันจากมาตรการทางกฎหมาย กลุ่มทุนเจ้าของบีชคลับมักจะใช้ข้ออ้างเดิมๆ ว่า “พวกเราจ้างงานคนไทยจำนวนมาก หากปิดกิจการคนจะตกงาน” นี่คือข้ออ้างที่เห็นแก่ตัวและบิดเบือนความจริง พวกเขาจ้างพนักงานเพราะธุรกิจของตนต้องการแรงงานเพื่อสร้างผลกำไรมหาศาลเข้ากระเป๋าตัวเอง ไม่ได้จ้างเพราะทำกิจการการกุศล

ในช่วงที่ภาครัฐพยายามจัดตั้งคณะกรรมการตรวจสอบ มีรายงานว่าสถานบันเทิงรายใหญ่บางแห่งพยายามใช้แรงกดดันหรือบังคับให้ธุรกิจขนาดเล็กในเครือข่ายปิดตัวชั่วคราวเพื่อให้เป็นไปตามระเบียบ การกระทำเช่นนี้คือการใช้อิทธิพลเหนือรัฐเพื่อสร้างความปั่นป่วนและกดดันรัฐบาลให้ยอมผ่อนปรนกฎ และหากรัฐบาลยอมจำนนต่อแรงกดดันนี้ สังคมไทยจะตกอยู่ในภาวะ “อนาธิปไตย” ที่ผู้มีเงินและอำนาจเหนือกว่าสามารถทำอะไรก็ได้

ในฐานะตัวแทนเสียงของประชาชนและองค์กรภาคประชาสังคม เราขอประกาศจุดยืนอันแน่วแน่และยื่นคำขาดต่อหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งหมด ดังนี้:

  • จัดการผู้บุกรุกพื้นที่สาธารณะ: ดำเนินคดีทางกฎหมายขั้นลำชายหาดและที่สาธารณะอย่างเด็ดขาดกับสถานประกอบการที่ขยายพื้นที่ล้ำเข้าไปในที่สาธารณะ
  • บังคับใช้กฎหมายอย่างจริงจังและเด็ดขาด: ตรวจสอบใบอนุญาตสุรา เวลาปิดทาการ และระดับเสียงอย่างต่อเนื่องโดยไม่มีข้อยกเว้น
  • สอบสวนเจ้าหน้าที่รัฐที่ทุจริต: เรียกร้องให้ส่วนกลางตรวจสอบการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ท้องถิ่นและตำรวจภูเก็ตที่มีพฤติกรรมละเลยหรือรับสินบน
  • ปฏิเสธการต่อรองบนความเดือดร้อนของประชาชน: ห้ามมิให้หน่วยงานรัฐยอมจำนนต่อแรงกดดันหรือการข่มขู่จากกลุ่มทุนบีชคลับที่อ้างเรื่องการจ้างงานเพื่อแลกกับการทำผิดกฎหมาย

คำเตือนถึงภาครัฐ: หากหน่วยงานที่รับผิดชอบยังคงเพิกเฉยและไม่ดำเนินมาตรการที่เป็นรูปธรรมในการแก้ปัญหา ประชาชนผู้ได้รับผลกระทบพร้อมที่จะยกระดับการเคลื่อนไหว เดินหน้าชุมนุมอย่างสงบหน้าสำนักงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อทวงคืนความสงบเรียบร้อยและศักดิ์ศรีของกฎหมายไทย